บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เดือน พ.ย. เงินเข้าหลายต่อ

ต่อที่หนึ่ง

จะได้วงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษา จากร้านธงฟ้าประชารัฐ 200-300 บาทต่อเดือน (ไม่สามารถกดเป็นเงินสดได้)

โดยสำหรับ ผู้ถือบัตรคนจนจะได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมอีก 500 บาท/เดือน เป็นเวลา 3 เดือน ดังนั้น ในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2563 จะมีเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ดังนี้

-กลุ่มที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท ปกติได้รับ 300 บาท/เดือน เพิ่มมาเป็น 800 บาท/เดือน

-กลุ่มที่มีรายได้เกิน 30,000 บาท ปกติได้รับ 200 บาท/เดือน เพิ่มมาเป็น 700 บาท/เดือน

โดยเงื่ อ น ไ ข วงเงินช่วยเหลือเพิ่มเติม 500 บาท ดังนี้

-ต้องใช้ภายในเดือนนั้น หากไม่ได้ใช้ หรือมีวงเงินเหลือ จะไม่สามารถสมทบในเดือนถัดไปได้

-ไม่สามารถใช้ร่วมกับมาตรการคนละครึ่งได้

-ไม่สามารถกดเป็นเงินสดได้

ต่อที่สอง

ได้ค่าเดินทาง ค่ารถโดยสารสาธารณะ แบ่งเป็น รถเมล์ รถไฟฟ้า (รฟม.และ BTS) 500 บาท, รถ บขส. 500 บาท และรถไฟ 500 บาทต่อคนต่อเดือน (ไม่สามารถกดเป็นเงินสดได้)

ต่อที่สาม

ได้วงเงินซื้อก๊าซหุงต้ม 45 บาท ต่อ 3 เดือน (3 เดือนใช้ได้ 1 ครั้ง) โดยนำบัตรไปซื้อกับร้านที่ร่วมรายการ (ไม่สามารถกดเป็นเงินสดได้)


ภาพจากสำนักข่าวไทย

ต่อที่สี่

ได้ค่าน้ำ 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน โดยครัวเรือนที่ใช้น้ำประปาไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด และได้ลงทะเบียนใช้สิทธิ์เรียบร้อย (ตั้งแต่เดือน ต.ค.2563-ก.ย.2564)

ต่อที่ห้า

ได้ค่าไฟ 230 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน โดยครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด และได้ลงทะเบียนใช้สิทธิ์เรียบร้อย (ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2563-ก.ย. 2564)

และสำหรับผู้พิกาຮที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี โอนเข้าบัญชีธนาคาร 1,000 บาท/เดือน (จากเดิม 800 บาท/เดือน) และผู้พิกาຮที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โอนเข้าบัญชีธนาคาร 800 บาท และจะได้รับเบี้ยความพิกาຮเพิ่ม 200 บาท/เดือน ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 เป็นต้นไป โดยจ่ายเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

สำหรับผู้พิกาຮที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับเบี้ยความพิกาຮเพิ่มเติม 200 บาท/เดือน โดยกรมบัญชีกลางจะโอนเข้ากระเป๋า e-Money ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งผู้มีสิทธิ์สามารถกดเป็นเงินสดได้

ทั้งนี้ การจ่ายเบี้ยความพิกาຮในเดือนถัดไป ยังคงจ่ายตามปฏิทินที่กำหนด (ทุกวันที่ 10 ของเดือน) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center กรมบัญชีกลาง หมายเลข 02 270 6400 ในวัน เวลาราชการ

ขอบคุณข้อมูล www.thairath.co.th

By adminVR