10 อาหารที่กินแล้วจะทำให้ “แก่ก่อนวัย”

การกินอาหารนั้นก็ควรที่จะเลือกสักหน่อย เพราะอาหารที่ทำให้แก่ก่อนวัย ก็มีอยู่เช่นกัน จะเป็นอาหารอะไรบ้างที่คุณควรห ลีกเลี่ย ง มาดูกันเลย

1. เฟรนช์ฟรายส์ที่ทอดด้วยมันฝรั่ง

เฟรนช์ฟรายส์เป็นอาหารที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ทั้งยังสามารถเกิดปฏิกิริยาในร่างกายของเราจากน้ำตาลส่วนเกินและโปรตีนในร่างกายเกิดปฏิกิริยาและรวมตัวกันทำให้เกิดสาร AGEs ขึ้นมา เพราะต้องผ่านการทอดและมีรสชาติที่เค็ ม ซึ่งอาหารที่ทอดในน้ำมันที่อุณหภูมิสูง จะปล่อยอนุมูลอิสระที่ทำให้ เซ ลล์ทำลา ย ผิวหนังได้

ยิ่งไปกว่านั้นการกินเกลือมากเกินไป สามารถดึงน้ำออกจากผิวหนังและนำไปสู่ภาวะขา ด น้ำได้ นั่นอาจทำให้ผิวของคุณมีแนวโน้มที่จะเกิดริ้วรอ ย ขึ้นได้ เพราะฉะนั้น ลองเปลี่ยนเฟรนช์ฟรายส์ที่ทอดจากมันฝรั่ง มาเป็นเฟรนส์ฟรายที่ทอดจากมันเทศ เนื่องจากมันเทศนั้นอุดมไปด้วยทองแดง ซึ่งช่วยในการต่อต้านริ้วรอ ย แห่งวัย และช่วยในการผลิตคอลลาเจนด้วย

2. ขนมปังขาว

เมื่อคาร์โบไฮเดรตกลั่นรวมกับโปรตีนจะทำให้เกิดการก่อตัวของ AGEs ซึ่งมีผลโดยตรงต่ออ ายุ และกระบวนการชรา อาหารที่มีดัชนีน้ำตาลสูง เช่น ขนมปังขาว อาจทำให้เกิดการอัก เ ส บ ในร่างกาย ซึ่งเชื่อมโยงกับกระบวนการชร า ดังนั้น ลองหาทางเลือกอื่นแทนขนมปังขาว เช่น ขนมปังธัญพืชที่ไม่ใส่น้ำตาล เพราะมันมีสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีประโยชน์ต่อผิว

3. น้ำตาลทรายขาว

น้ำตาลถือเป็นหนึ่งในตัวการที่ทำให้เกิดปั ญห าผิวที่ไม่พึงประสงค์ เช่น สิว เนื่องจากน้ำตาลมีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจนที่ทำลาย AGEs เมื่อระดับน้ำตาลของเราสูงขึ้น กระบวนการ AGEs จะถูกกระตุ้น และมันจะเกิดปฏิกิริยาเร็ ว ขึ้นหากมีแสงแดดเข้ามาเกี่ยวข้อง

ดังนั้น แทนที่จะกินไอศกรีมปกติ ให้เลือกกินผลไม้แช่แข็ง เพื่อความสดชื่น หรือไอศกรีมที่ไม่เติมน้ำตาลแทน นอกจากนั้นลองหยิบผลไม้หรือดาร์กช็อกโกแลต มากินแทนเมื่อเกิดความรู้สึกว่าอยากกินอะไรหวานๆ โดยเฉพาะบลูเบอร์รี่ เพราะผลไม้ตระกูลเบอร์รี่อย่างสามารถป้องกันการสู ญเ สี ย คอลลาเจนได้

4. เนยเทียม

จากการศึกษาที่เก่าแก่แสดงให้เห็นว่าผู้ที่ไม่กินเนยหรือเนยเทียมเลย จะมีความเสียหา ย ต่อผิวหนังและมีริ้วรอ ย น้อยกว่าผู้ที่กิ น ทั้งยังมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ได้ตรวจสอบแล้วว่า เนยเทียมนั้นไม่ดีถ้าเทียบกับเนยแท้ เนื่องจากมีน้ำมันที่เติมไฮโดรเจนบางส่วนสูง นอกจากนั้นกรดไขมันทรานส์จากเนยเทีย ม ยังทำให้ผิวมีความเสี่ยงต่อรั ง สี อัลตราไวโอเลต ซึ่งอาจทำลายคอลลาเจนและความยืดหยุ่นของผิวหนังได้

ดังนั้น ลองเปลี่ยนจากการใช้เนยทาลงบนขนมปังเป็นการใช้น้ำมันมะกอกหรือทาอะโวคาโดที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระต่อต้านริ้วรอ ย ลงบนขนมปังแทนจะเป็นการดีกว่า

5. เนื้อสัตว์แปรรูป

ฮอทดอก เบคอน และไส้ก รอก ล้วนทำมาจากเนื้อสัตว์แปรรูปที่อาจเป็นอันตรายต่อผิวหนัง เนื่องจากเนื้อสัตว์เหล่านี้มักมีโซเดียม ไขมันอิ่มตัว และซัลไฟต์สูง ซึ่งทั้งหมดสามารททำให้ผิวขาดน้ำ และทำให้คอลลาเจนอ่อนแอลงได้ จนทำให้เกิดการ อั ก เ ส บ

หากต้องการโปรตีนลองเปลี่ยนจากเนื้อสัตว์แปรรูปมาเป็นไข่หรือถั่ว ดูจะเป็นการดีกว่า หรือไม่เช่นนั้น ลองเลือกเนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมัน เช่น เนื้อไก่ เนื้อสัตว์เหล่านี้อุดมไปด้วยโปรตีน และกรดอะมิโนจำเป็นในการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ

6. ผลิตภัณฑ์นม

บางคนอาจจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังตัวเองในเชิงบวกจากการดื่มนม แต่ในขณะเดียวกันคนอื่นๆ อาจจะไม่เห็นถึงความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับตัวของแต่ละบุคคล สำหรับบางคน เมื่อดื่มนมเข้าไปแล้วมันอาจจะไปเพิ่มการ อั ก เ ส บ ในร่างกาย ซึ่งนำไปสู่ภาวะเครียดที่เกิดจากออกซิเดชัน ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการเกิดริ้วรอ ย ก่อนวัยอันควร

อาการที่มีผลิตภัณฑ์จากนมต่ำ อาจช่วยป้องกันผิวที่โดนแดดจากการเหี่ຍวย่น แน่นอนว่าผลิตภัณฑ์นมนั้นเป็นแหล่งแคลเซียมที่ดี ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสุขภาพผิวโดยรวม แต่หากคุณไม่สามารถดื่มนม หรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของนมได้ คุณก็สามารถหาแคลเซียมจากแหล่งอื่นๆ กินได้ เช่น เมล็ดพืช ถั่ว อัลมอนด์ ผักใบเขียว และมะเดื่อ

7. โซดาและกาแฟ

โซดากับกาแฟนั้นสามารถส่งผลต่อผิวและการนอนหลับได้ เนื่องจากเครื่องดื่มทั้ง 2 ชนิดนี้มี ค า เ ฟ อี น ที่สูง ซึ่งถ้าดื่มบ่อยๆ ตลอดทั้งวันก็อาจจะส่งผลต่อการนอนหลับได้ การนอนหลับที่ไม่ดีนั้นเชื่อมโยงกับสัญญาณแห่งวัยที่เพิ่มขึ้น รอยคล้ำรอบดวงตาที่มากขึ้น และริ้ว รอ ย

ถ้าหากคุณกังวลเกี่ยวกับปริมาณ ค า เ ฟ อี น ที่ดื่มเข้าไป ลองสังเกตตัวเองดูว่าดื่มมากขนาดไหน แล้วลองดูว่าสามารถลดปริมาณหรือเปลี่ยนไปดื่มอย่างอื่นแทนได้หรือไม่ เช่น ดื่มนมสีทอง (Golden Milk) เพราะขมิ้นที่เป็นส่วนประกอบหลักในนมสีทองนั้นอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และเป็นหนึ่งในสารต่อต้านริ้วรอยที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

8. แอ ล ก อ ฮอ ล์

แอ ล ก อ ฮอ ล์ สามารถก่อให้เกิดปัญหาผิวมากมายได้ เช่น รอยแดง อาการบวม สูญเสียคอลลาเจน และริ้ว รอ ย เพราะมันสามารถทำให้ระดับสารอาหาร ความชุ่มชื้นและวิ ตามิ นลดลง ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลโดยตรงต่อการเกิดริ้ว รอ ย ซึ่งวิตามินเอนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเจริญเติบโตของเซ ลล์ ใหม่ และการสร้างคอลลาเจน จึงทำให้มั่นใจได้ว่าผิวจะยืดหยุ่นและปราศจากริ้วรอย

หากคุณต้องการดื่ม แอ ล ก อ ฮ อ ล์ ควรดื่มในปริมาณที่พอเหมาะ นั่นคือ 1 แก้วต่อวันสำหรับผู้หญิง และ 2 แก้วต่อวันสำหรับผู้ชาย และพยายามตรวจสอบให้แน่ใจว่าตัวเองนั้นได้รับน้ำที่เพียงพอ

9. อาหารที่ปรุงด้วยความร้อนสูง

น้ำมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนบางชนิดที่มีกรดไขมันโอเมก้า 6 สูง เช่น น้ำมันข้าวโพด หรือน้ำมันดอกทานตะวัน อาจทำให้เกิดอนุมูลอิสระที่เป็น อั น ต ร า ย และสามารถเพิ่มระดับการ อั ก เ ส บ ได้ หากคุณทอดหรือใช้ความร้อนสูงทุกวันสิ่งนี้อาจจะเพิ่มขึ้น แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าน้ำมันทั้งหมดจะ อั น ต ร า ย เสมอไป

หากคุณเลือกใช้น้ำมันที่เป็นไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว จะช่วยให้ผิวชุ่มชื้นขึ้นได้ ดังนั้น ลองเปลี่ยนมาใช้น้ำมันมะกอกแทนน้ำมันพืชดู จะเป็นการดีกว่า เพราะน้ำมันมะกอกนั้นอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินอี ไฟโตสเตอรอล (Phytosterols) และยังช่วยลดการ อั ก เ ส บ ได้ด้วย

10. เค้กข้าว (Rice Cakes)

แม้เค้กข้าวมักถูกขนานนามว่าเป็นของว่างที่ดี แต่ก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นสำหรับผิว อ้างอิงจากแหล่งที่มาที่เชื่อถือได้ เค้กข้าวนั้นสามารถทำให้ระดับน้ำตาลใน เ ลื อ ด พุ่งสูงขึ้น เมื่อระดับน้ำตาลใน เ ลื อ ด สูงขึ้น มันก็จะทำหน้าที่เป็นตัวเร่งอายุ ซึ่งอาจทำให้เกิดริ้ว รอ ย ขึ้นได้

ดังนั้น ถ้าหากคุณอยากกินขนมหวาน แต่อยากให้มันช่วยต่อต้านริ้ว รอ ย ด้วย ลองเอาพริกหยวกแดง พริกหวานแดง มาจิ้มกับฮัมมูส (Hummus) ดูก็ได้ เนื่องจากพริกทั้ง 2 ชนิดนี้ มีวิตามินซีสูง ให้ผลิตคอลลาเจนได้ดี หรือไม่อยากนั้นลองกินถั่วชิกพี (Chickpeas) ซึ่งเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีต่อสุขภาพผิวก็ได้เช่นกัน

ขอบคุณข้อมูล www.sanook.com

By adminVR