เคาะแล้ว จ่ายเยียวยากลุ่มเปราะบาง ให้รวดเดียว 3,000 บาท ภายในวันที่ 20 ก.ค.นี้

ความคืบหน้าการจ่ายเงินตามมาตรการช่วยเหลือ เยียวยากลุ่มเปราะบาง ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 (COVID-19) ว่า ที่ได้ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง 3 กลุ่ม จำนวนรวมทั้งสิ้น 6,781,881 ราย ได้แก่

-เด็กที่ได้รับเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด จำนวน 1,394,756 ราย

-ผู้สูงอายุ ที่ได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ จำนวน 4,056,596 ราย

-คนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการ จำนวน 1,330,529 ราย

เป้าหมายทั้ง 3 กลุ่มนี้ อยู่ในฐานข้อมูลของกระทรวง พม. ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 ซึ่งได้รับเงินอุดหนุนรายเดือนอยู่แล้ว ทำให้กลุ่มเป้าหมายทั้ง 3 กลุ่ม ไม่ต้องลงทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิ์ช่วยเหลือเยียวยาตามมาตรการนี้

แต่สำหรับคนที่เพิ่งจะเข้าเกณฑ์ อาทิ คนที่อายุเพิ่งครบ 60 ปีในช่วงเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา นายอนุกูล ระบุว่า เนื่องจากที่ผ่านมา เราไม่ได้มีวิธีการลงทะเบียนเหมือนโครงการอื่นๆ ซึ่งทั้ง 3 กลุ่มนี้ มีบัญชีอยู่แล้ว ซึ่งกระทรวงกำลังวิธีเพื่อเสนอรัฐบาล สำหรับกลุ่มใหม่ที่เพิ่มขึ้นมานี้ และ ครม. จะพิจารณาอย่างไรสำหรับกลุ่มใหม่นี้ อย่างไรก็ตาม คนกลุ่มนี้สามารถแจ้งความประสงค์กับ พม. จังหวัดได้

ในส่วนของผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะถูกตัดเงินในส่วนนี้ออกหรือไม่ นายอนุกูล ระบุว่า ใน 3 กลุ่มนี้ส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ผู้มีรายได้น้อยอยู่แล้ว และเชื่อว่าส่วนหนึ่งถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ขณะนี้รัฐบาลมีแนวทางอยู่ ซึ่งเป็นส่วนของกระทรวงการคลังรับผิดชอบ

ช่องทางการจ่ายเงิน เยียวยากลุ่มเปราะบาง

-กรมบัญชีกลาง โอนเงินช่วยเหลือเยียวยาโดยตรงไปยังบัญชีธนาคาร ของกลุ่มเป้าหมายที่เคยได้รับเงินอุดหนุนรายเดือนผ่านบัญชีธนาคารอยู่เดิม ไม่ว่าจะเป็นผู้ปกครองเด็ก, ผู้สูงอายุ หรือผู้พิการ

-กรมบัญชีกลาง โอนเงินไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะนำจ่ายเป็นเงินสด ให้แก่กลุ่มเป้าหมายที่รับเงินอุดหนุนรายเดือนเป็นเงินสดอยู่เดิม

ล่าสุด นายอนุกูล คาดว่า การจ่ายเยียวยากลุ่มเปราะบางนี้ จะทำการจ่ายเงินรวดเดียว 3,000 บาท ภายในวันที่ 20 กรกฎาคมนี้ ตอนนี้อยู่เงินอยู่ที่สำนักบริหารหนี้สาธารณะ ซึ่งจะได้จ่ายเข้าบัญชีของ พม. ซึ่ง พม. ทำความร่วมมือกับกระทรวงการคลัง โดยกรมบัญชีกลางก็จะได้ปลดล็อกการจ่ายเงินให้ประชาชนได้ทันที ซึ่งทาง พม. ก็จะพยายามจะจ่ายเงินเยียวยาให้ไวที่สุด

ทั้งนี้ เงินที่จ่ายผ่านท้องถิ่น อาจจะต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ในการลงพื้นที่ ซึ่งอาจจะทำให้ล่าช้าไปบ้าง แต่ท้องถิ่นก็ทำงานชัดเจนมาโดยตลอด

เบื้องต้น หากพบปัญหา หรือสงสัย สามารถโทรสอบถามได้ที่ สายด่วน พม. โทร. 1300

ขอบคุณข้อข่าวจาก : https://www.thairath.co.th/news/business/1879372, ThaiPBS, NBT

By adminVR