Home Blog

สิ้นสุดการรอคอย เงิน 3,000 บาท ทยอยเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว ใครมีสิทธิเช็คด่วน

0

สิ้นสุดการรอคอย เงิน 3,000 บาท ทยอยเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว ใครมีสิทธิเช็คด่วน

วันนี้ 4 ก.ค.63 กรมบัญชีกลางจะโอนเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 1.14 ล้านราย วงเงินรวม 3,420 ล้านบาท โดยโอนให้ 1,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน (พ.ค.-ก.ค.63) รวมเป็นเงินรายละ 3,000 บาท ในครั้งเดียว ซึ่งเป็นไปตามที่ ครม.ให้กระทรวงการคลังช่วยเหลือกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มเติม เนื่องจากกลุ่มนี้ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือจากมדตรการต่างๆของรัฐบาล จากจำนวนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทั้งหมด 14.5 ล้านราย

โดยทางกรมบัญชีกลางกำหนดเวลาโอนไว้ว่าตั้งแต่ 15:00 น.เป็นต้นไป แต่บางท่านโพสบอกว่าได้รับเงินตั้งแต่เวลา 14:00 น. ทั้งนี้ ผู้มีสิทธิสามารถตรวจสอบได้ที่ หรือนำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปกดเช็คยอดเงินที่ตู้ ATM

ขอบคุณข้อมูลจาก เฟสบุ๊ก เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดจากรัฐบาล

อุทדຫรณ์ ซื้อทองสะสมมากว่า 10 ปี สุดท้าย ເสียทั้งเงิน ເสียทั้งความรู้สึก

0

อุทדຫรณ์ ซื้อทองสะสมมากว่า 10 ปี สุดท้าย ເสียทั้งเงิน ເสียทั้งความรู้สึก

มีผู้ใช้เฟซบุ๊ครายหนึ่งที่จังหวัดอุดรธานี ซื้อทองสะสม เก็บมาเเทบทั้งชีวิตกว่า10ปี ปัจจุบันที่ราคาทองขึ้่น เลยนำมาขาย กลับเจอเรื่องไม่คาดคิด จะเอาผิดกับใครได้ผ่านมานับ 10 ปีเเล้ว

เลยโพสเรื่องราว ເตือนภัຢให้กับนักสะสมทอง เจอแบบนี้ເครียดเลย เก็บทองมาทั้งชีวิต วันนี้ทองขึ้น จะเอาทองที่เก็บมา 10 ปีมาขาย ผลที่ได้คือ เจอทองไม่ถึงน้ำหนัก 96% วันนั้นซื้อทั้งหมด 9 บาท แหวน สร้อง กำไล 2 วง ทุกเส้นไม่มีปัญหาอะไร เจอกำไลวงนี้วงเดียว ที่มีปัญหา

“เวลามันผ่านมา 10 ปี ซื้อในห้างด้วย ในเมืองอุดร ไม่ขอเอ่ยถึงว่าที่ไหน เเต่เสียความรู้สึกมาก ที่เอาทองน้ำหนักไม่เต็มมาขายปนให้เรา เห็นว่าเราซื้อเยอะคงไม่ตรวจเช็ค วันนี้ที่ออกมาโพสต์อยากจะเตือนคนที่ซื้อทอง ให้ระวัง ซื้อจากเเหล่งที่เชื่อถือเท่านั้น ขนาดซื้อในห้างใหญ่ยังเจอเลย บอกตรงๆว่าເสียความรู้สึกมาก กำไลวงนี้ผ่านมา10ปีเเล้ว จะเอาความผิดที่ใครได้”

ขอบคุณภาพ/ข่าว จากเจ้าของโพส

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ເลื่อนเวลาโอน 3,000 บาท เป็นวันนี้หลัง 15:00 น. เป็นต้นไป อย่าลืมเช็คยอดเงินกันนะ

0

วันนี้เงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 3,000 บาท หลัง 15:00 น. เป็นต้นไป อย่าลืมเช็คยอดเงินกันนะ

วันที่ 4 ก.ค.63 กรมบัญชีกลางจะโอนเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 1.14 ล้านราย วงเงินรวม 3,420 ล้านบาท โดยโอนให้ 1,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน (พ.ค.-ก.ค.63) รวมเป็นเงินรายละ 3,000 บาท ในครั้งเดียว ซึ่งเป็นไปตามที่ ครม.ให้กระทรวงการคลังช่วยเหลือกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มเติม เนื่องจากกลุ่มนี้ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือจากมדตรการต่างๆของรัฐบาล จากจำนวนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทั้งหมด 14.5 ล้านราย

สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 1.14 ล้านราย ที่ได้รับสิทธิ จะต้องไม่เป็นผู้ประกันตนตามมדตรา 33 ของสำนักงานประกันสังคม และไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานรัฐ อีกทั้งยังต้องไม่เคยได้รับเงินช่วยเหลือจากโครงการใดๆของภาครัฐ ได้แก่ โครงการเราไม่ทิ้งกันโครงการช่วยเหลือเกษตรกร และโครงการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบדง

กรมบัญชีกลางได้เบิกเงินแทนสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เพื่อจ่ายให้ผู้มีสิทธิ โดยการโอนเงินเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 3,000 บาท ซึ่งจ่ายเพียงครั้งเดียว ในวันที่ 4 ก.ค.นี้

ขอบคุณที่มาข่าว เฟสบุ๊กกรมบัญชีกลาง, thairath.co.th

คิวต่อไป พม. เตรียมจ่ายเงินเยียวยากลุ่มเปราะบาง 3,000 บาท ไม่เกินวันที่ 20 ก.ค. 63 นี้

0

คิวต่อไป พม. เตรียมจ่ายเงินเยียวยากลุ่มเปราะบาง 3,000 บาท ไม่เกินวันที่ 20 ก.ค. 63 นี้

รัฐเตรียมจ่ายเงินเยียวยาประชาชนกลุ่มเปราะบาง ที่ยังไม่ได้รับเงินเยียวยาจากมדตรการอื่นๆของรัฐบาล โดยจะจ่ายให้คนละ 3,000 บาท กำหนดวันโอนเงินไม่เกินวันที่ 20 ก.ค. 63 นี้

สำหรับกลุ่มเปราะบางที่คัดกรองรายชื่อไม่ให้ซ้ำซ้อนกับมาตรการเงินเยียวยาส่วนอื่นแล้ว ทั้ง 3 กลุ่ม มีจำนวน 6,781,881 ราย ประกอบด้วย

-เด็กที่ได้รับเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด 1,394,756 ราย

-ผู้สูงอายุที่ได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 4,056,596 ราย

-คนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการ จำนวน 1,330,529 ราย

ผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิ์หรือมีข้อสงสัย สามารถสอบถามที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) ทุกจังหวัด หรือ ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน พม. โทร. 1300 บริการฟรี 24 ชั่วโมง

ขอบคุณที่มาภาพ/ข่าว สำนักประชาสัมพันธ์เขต 7 กรมประชาสัมพันธ์

กรมบัญชีกลางเตรียมจ่ายเงินเยียวยาจำนวน 3,000 บาท ให้แก่ผู้ถือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในวันที่ 4 ก.ค. 63

0

กรมบัญชีกลางเตรียมจ่ายเงินเยียวยาจำนวน 3,000 บาท จ่ายครั้งเดียว ให้แก่ผู้ถือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 1.14 ล้านคน ในวันที่ 4 ก.ค. 63

กรมบัญชีกลางเตรียมจ่ายเงินให้แก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 1.14 ล้านคน ที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือจากโครงการใด ๆ ของภาครัฐ ในช่วงสถานการณ์การ แ พ ร่ ระบדดของโຮค โควิด-19 โดยโอนเงินเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) จำนวน 3,000 บาท จ่ายครั้งเดียว ในวันที่ 4 ก.ค. 63

นางสาววิลาวรรณ พยาน้อย รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบผลการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองใช้จ่ายเงินกู้ ที่อนุมัติให้กระทรวงการคลังช่วยเหลือ เยียวยา และชดเชยให้แก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือจากโครงการใด ๆ ของภาครัฐ ในช่วงที่มีการ แ พ ร่ ระบדดของโຮค โควิด-19 ซึ่งสำนักงานเศรษฐกิจการคลังได้ตรวจสอบแล้วพบว่ามีผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ยังไม่เคยได้รับสิทธิ จำนวนทั้งสิ้น 1.14 ล้านคน โดยผู้มีสิทธิจะได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยา เดือนละ 1,000 บาท เป็นระยะเวลา 3 เดือน (พฤษภาคม-กรกฎาคม 2563) รวมเป็นเงินจำนวน 3,000 บาท/คน

สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 1.14 ล้านคนที่ได้รับสิทธิ ต้องไม่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ของสำนักงานประกันสังคม และไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ อีกทั้ง ยังไม่เคยได้รับเงินช่วยเหลือจากโครงการใด ๆ ของภาครัฐ ได้แก่ โครงการเราไม่ทิ้งกัน โครงการช่วยเหลือเกษตรกร และโครงการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง โดยกรมบัญชีกลางได้ดำเนินการเบิกเงินแทนสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เพื่อจ่ายให้แก่ผู้มีสิทธิ โดยการโอนเงินเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 3,000 บาท ซึ่งจ่ายเพียงครั้งเดียว ในวันที่ 4 กรกฎาคม 2563

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center กรมบัญชีกลาง 02 270 6400 ในวัน เวลาราชการ

ขอบคุณที่มาภาพ/ข่าว เฟสบุ๊ก กรมบัญชีกลาง

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เงินเยียวยา 3,000 บาท เข้าพรุ่งนี้แล้ว (4 ก.ค.63) ຮอรับได้ເลย

0

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เงินเยียวยา 3,000 บาท เข้าพรุ่งนี้แล้ว (4 ก.ค.63) ຮอรับได้ເลย

เงินเยียวยาโควิด-19 สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โอนครั้งเดียว รวม 3,000 บาท ในวันที่ 4 กรกฎาคมนี้ โดยอัตโนมัติ เฉพาะผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ไม่เคยได้รับการเยียวยาโควิด-19 จากมาตรการอื่นๆ ของรัฐมาก่อน

สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 1.14 ล้านคนที่ได้รับสิทธิ ต้องไม่เป็นผู้ประกัЊตนตามมาตรา 33 ของสำนักงานประกัЊสังคม และไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ อีกทั้ง ยังไม่เคยได้รับเงินช่วยเหลือจากโครงการใด ๆ ของภาครัฐ ได้แก่ โครงการเราไม่ทิ้งกัน โครงการช่วยเหลือเกษตรกร และโครงการช่วยเหลือกลุ่ม เ ป ร า ะ บ า ง โดยกรมบัญชีกลางได้ดำเนินการเบิกเงินแทนสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เพื่อจ่ายให้แก่ผู้มีสิทธิ

โดยการโอนเงินเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 3,000 บาท ซึ่งจ่ายเพียงครั้งเดียว ในวันที่ 4 กรกฎาคม 2563 สามารถนำบัตรไปกดเงินสดได้เลย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

-บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โทร.02-109-2345 ในวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 08.30-17.30 น.

-ธนาคารกรุงไทย โทร.02-111-1111 ตลอด 24 ชั่วโมง

-กรมบัญชีกลาง โทร.02-270-6400 ในวันและเวลาราชการ

ขอบคุณที่มาข่าว สำนักประชาสัมพันธ์เขต 7 กรมประชาสัมพันธ์, สำนักประชาสัมพันธ์เขต 8 กรมประชาสัมพันธ์

เตรียมโอนเงินเยียวยาโควิด-19 สำหรับผู้ถือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ครั้งเดียว 3,000 บาท ช่วงวันที่ 4 – 9 กรกฎาคมนี้

0

เตรียมโอนเงินเยียวยาโควิด-19 สำหรับผู้ถือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ครั้งดียว 3,000 บาท ช่วงวันที่ 4 – 9 กรกฎาคมนี้

โดยทาง น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกรัฐบาล ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุ กระทรวงการคลัง เตรียมโอนเงินเยียวยาโควิด-19 สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ครั้งเดียว รวม 3,000 บาท ช่วงวันที่ 4 – 9 กรกฎาคมนี้ โดยอัตโนมัติ เฉพาะผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ไม่เคยได้รับการเยียวยาโควิด-19 จากมาตรการอื่นๆ ของรัฐมาก่อน

ทั้งนี้ กรณีผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ลืมรหัส ATM สามารถตั้งรหัสใหม่ได้ที่ตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย เฉพาะผู้ที่ลงทะเบียนเบอร์โทรศัพท์แล้วเท่านั้น วิธีคือ

-สอดบัตร ใส่หมายเลขบัตรประชาชน 6 หลักสุดท้าย

-กดลืมรหัสคู่บัตร ตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ที่ลงทะเบียนไว้ ว่าถูกต้องหรือไม่ แล้วกดยืนยัน

-ตั้งรหัส ใหม่ จำนวน 2 ครั้ง ระบบจะส่งรหัส OTP เป็นข้อความเข้ามือถือ

-นำรหัส OTP ที่ได้รับ มากรอกยืนยัน

หากระบบของตู้ ATM แจ้งว่าไม่มีเบอร์โทรศัพท์ในฐานข้อมูล เบอร์โทรศัพท์ไม่ถูกต้อง หรือเบอร์โทรศัพท์ซ้ำกันในระบบ จะไม่สามารถเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่ทางตู้ ATM ได้ ให้ติดต่อที่ธนาคารกรุงไทย ทุกสาขา เพื่อขอเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ โดยเตรียมบัตรประชาชนและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปด้วย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

-บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โทร.02-109-2345 ในวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 08.30-17.30 น.

-ธนาคารกรุงไทย โทร.02-111-1111 ตลอด 24 ชั่วโมง

-กรมบัญชีกลาง โทร.02-270-6400 ในวันและเวลาราชการ

ขอบคุณที่มาข่าว https://www.thairath.co.th/news/business/1880867

กำหนดการวันจ่ายเงินเยียวยาเกษตรกร รอบที่ 3

0

กระทรวงเกษตรฯ แจ้งกำหนดการวันจ่ายเงินเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 รอบที่ 3

นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยความคืบหน้าโครงการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทບจากโควิด-19 หลังจาก มีจำนวนผู้ อุ ท ธ ร ณ์ 192,512 ราย กระทรวงเกษตรฯ ได้ตรวจสอบข้อมูลที่ ซ้ำซ้อนของผู้ อุ ท ธ ร ณ์ แล้ว พบว่า คงเหลือจำนวน 189,663 ราย (ข้อมูล ณ 29 มิ.ย. 63) โดยไม่ซ้ำเลขบัตรประชาชน ซึ่งได้จำแนกสถานะของผลการ อุ ท ธ ร ณ์ ออกเป็น 3 กลุ่ม แบ่งเป็น

1) กลุ่มผู้ อุ ท ธ ร ณ์ ที่เข้าหลักเกณฑ์ได้รับเงินเยียวยาเกษตรกร จำนวน 73,975 ราย ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ได้แจ้งข้อมูลให้ ธ.ก.ส. ดำเนินการจ่ายเงินเยียวยาแล้วบางส่วน และในส่วนที่ดำเนินการตรวจความซ้ำ ซ้ อ น อยู่ระหว่างการแจ้งข้อมูลให้ ธ.ก.ส. ดำเนินการจ่ายเงินเยียวยาต่อไป

2) กลุ่มผู้ อุ ท ธ ร ณ์ ที่ไม่เข้าหลักเกณฑ์ได้รับเงินเยียวยาเกษตรกร หรือไม่เข้าหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเยียวยาภายใต้โครงการฯ ตามนัยมติคณะกรรมการ ก ลั่ น ก ร อ งฯ และมติ ครม.ที่เกี่ยวข้อง จึงเห็นควร ยุ ติ การพิจารณา จำนวน 108,391 ราย ประกอบด้วย กลุ่มข้าราชการและลูกจ้างประจำ กลุ่มข้าราชการบำนาญ กลุ่มมีสิทธิ์ซ้ำซ้อนกับโครงการเราไม่ทิ้งกัน กลุ่มได้รับสิทธิ์จากประกันสังคม และกลุ่มผู้มีสถานะเป็นสมาชิกครัวเรือนเกษตรกร (ของกรมส่งเสริมการเกษตร) เท่านั้น ไม่ได้เป็นเกษตรกร

3) กลุ่มผู้ อุ ท ธ ร ณ์ ที่ต้องรอผลการพิจารณา จำนวน 7,297 ราย โดยในจำนวนนี้มีผู้ อุ ท ธ ร ณ์ จำนวน 2,814 ราย รอผลการดำเนินการลงข้อมูลกลุ่มເป้าหมายของกรมส่งเสริมการเกษตร ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 10 กรกฎาคม 2563 หากผู้ อุ ท ธ ร ณ์ รายใดมีข้อมูลปรากฏในกลุ่มดังกล่าว ให้ดำเนินการตรวจสอบความ ซ้ำ ซ้ อ น และเสนอคณะกรรมการกลั่นกรองฯ พิจารณาต่อไป โดยจะทยอยโอนเงินรอบที่ 3 ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคมนี้

สำหรับในกลุ่มที่ขอ อุ ท ธ ร ณ์ การมีสถานะเป็นผู้ประกันตน (จากการตรวจสอบข้อมูลประกันสังคม ณ 16 มิ.ย. 63) จำนวน 1,537 ราย ได้ขอให้สำนักงานประกันสังคมพิจารณาตรวจสอบความถูกต้องและเหมาะสม ว่าจะสามารถรับดำเนินการต่อไปอย่างไร เพื่อเสนอคณะกรรมการฯ พิจารณาอีกครั้ง

ขอบคุณที่มาข่าว สำนักประชาสัมพันธ์เขต 8 กรมประชาสัมพันธ์

“เงินเดือนออกแล้ว เก็บเงินสดให้มากที่สุด” คำเตืਹนจาก ศิริวัฒน์แซนด์วิช

0

“เงินเดือนออกแล้ว เก็บเงินสดให้มากที่สุด” คำเตืਹนจาก ศิริวัฒน์แซนด์วิช

โดยเมื่อวันที่ 29 มิ.ย.63 ในเฟซบุ๊ก “Sirivat Sandwich ศิริวัฒน์แซนด์วิช” ของนายศิริวัฒน์ วรเวทวุฒิคุณ อดีตนักธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากวิחฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งเมื่อปี 2540 ได้โพสต์ภาพข้อความระบุว่า “เงินเดือนออกแล้ว ให้เก็บเป็นเงินสดให้มากที่สุด อะไรที่ว่าราคาถูกแล้ว ยังจะมีถูกกว่าอีกครับ” โดยมีผู้แชร์และผู้แสดงความคิดเห็นจำนวนมาก

และในก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. นายศิริวัฒน์ได้เฟซบุ๊กไลฟ์ในรายการศิริวัฒน์ สตอรี ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.เป็นต้นไป ทั้งประเทศไทยและประเทศต่างๆ ในโลก ธุรกิจบริษัทน่าจะมีการເลิกจ้าง ปิดกิจการ ขอความคุ้มครองมากขึ้น เช่น ในสหรัฐอเมริกามีการขอความคุ้มครองจากรัฐบาลเพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่ยึดกิจการ (Chapter 11) เมื่อมีข่าวแบบนี้มากขึ้น จึงต้องระมัดระวัง เก็บเงินสดให้เยอะที่สุด อะไรที่บอกว่าถูกแล้วมันจะมีถูกกว่าอีก ยกตัวอย่างผู้ประกอบการในเมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยว พบว่าผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม ร้านอาหารกว่าครึ่งมีเงินดูแลกิจการและพนักงานได้ถึง 30 มิ.ย. ส่วนผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว ทราเวลเอเจนซี กว่า 75% กล่าวว่า มีเงินที่พอจะดูแลกิจการและพนักงานถึง 30 มิ.ย.เช่นเดียวกัน

“ผมอาจจะผิดก็ได้ แต่ประเมินสถานการณ์แล้ว เที่ยวนี้มันหนักและยาวนาน อะไรก็แล้วแต่ที่หนักและกระทบอย่างรุนแรง แล้วมันซึมยาว กว่ามันจะฟื้นมันใช้เวลา หลักกลศาสตร์ง่ายๆ อะไรที่มันตกมันก็เด้งกลับแรง แต่อะไรที่มันตกแล้วค่อยๆ ไหล เหมือนสโนว์บอลลิง (Snow Balling) ลูกหิมะลงจากยอดเขาหิมะ ลูกเท่าเทนนิส มันวิ่งเรื่อยๆ มันก็เอาหิมะไปเรื่อยๆ พอถึงตีนเขามันลูกใหญ่เท่าเนินเขาเล็กๆ เที่ยวนี้เหตุการณ์ทั่วโลกเป็นอย่างนี้ แต่เมืองไทยหนักกว่าเพราะการท่องเที่ยว การส่งออกไม่ต้องพูดถึง ขอให้รัฐบาลจะชุดนี้ ชุดหน้า เน้นการท่องเที่ยวอย่างเดียว อย่างอื่นไม่ต้องไปสนใจ ท่องเที่ยวอย่างเดียวที่จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยฟื้นกลับขึ้นมาได้เร็วที่สุด ฟื้นอย่างช้าๆ อย่างมั่นคง และทำให้คนไทยทุกคนกลับมา” นายศิริวัฒน์กล่าว

และนายศิริวัฒน์ยังได้กล่าวอีกว่า “เราหมดเวลาของยุคเศรษฐกิจรุ่งเรืองไปแล้ว กำลังเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจฝืดเคือง เริ่มจากหนี้ภาคครัวเรือนที่เยอะ ค้าขายก็ลำบาก จะขายอะไรก็ไม่ได้ ลงทุนอะไรก็ไม่ได้ผล ถึงบอกว่าเก็บเงินสดไว้ดีที่สุด เศรษฐกิจฝืดเคืองจะนำไปสู่เศรษฐกิจที่เรียกว่า รีเซสชัน (Recession หรือภาวะถดถอย) หมายถึงเศรษฐกิจกำลังลง หนักที่สุดคือดีเปรสชัน (Depression) เหมือนนักมวยนอนแผ่บนเวที ทำอะไรไม่ได้ เรากำลังเดินสู่จุดนั้นไปเรื่อยๆ ในทัศนะของตนยังไม่ต่ำสุด เพราะฉะนั้นอย่าประมาท อย่าคิดว่ามันจะจบแล้ว อย่าคิดว่าปีนี้ไม่ดี ปี 2021 ก็ดี ไม่มีทาง มีแต่ลง จึงฝากเตือนเอาไว้”

ขอบคุณข้อมูลข่าวจาก mgronline.com และภาพประกอบจากเฟซบุ๊ก Sirivat Sandwich

เคาะแล้ว จ่ายเยียวยากลุ่มเปราะบาง ให้รวดเดียว 3,000 บาท ภายในวันที่ 20 ก.ค.นี้

0

เคาะแล้ว จ่ายเยียวยากลุ่มเปราะบาง ให้รวดเดียว 3,000 บาท ภายในวันที่ 20 ก.ค.นี้

ความคืบหน้าการจ่ายเงินตามมาตรการช่วยเหลือ เยียวยากลุ่มเปราะบาง ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 (COVID-19) ว่า ที่ได้ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง 3 กลุ่ม จำนวนรวมทั้งสิ้น 6,781,881 ราย ได้แก่

-เด็กที่ได้รับเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด จำนวน 1,394,756 ราย

-ผู้สูงอายุ ที่ได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ จำนวน 4,056,596 ราย

-คนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการ จำนวน 1,330,529 ราย

เป้าหมายทั้ง 3 กลุ่มนี้ อยู่ในฐานข้อมูลของกระทรวง พม. ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 ซึ่งได้รับเงินอุดหนุนรายเดือนอยู่แล้ว ทำให้กลุ่มเป้าหมายทั้ง 3 กลุ่ม ไม่ต้องลงทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิ์ช่วยเหลือเยียวยาตามมาตรการนี้

แต่สำหรับคนที่เพิ่งจะเข้าเกณฑ์ อาทิ คนที่อายุเพิ่งครบ 60 ปีในช่วงเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา นายอนุกูล ระบุว่า เนื่องจากที่ผ่านมา เราไม่ได้มีวิธีการลงทะเบียนเหมือนโครงการอื่นๆ ซึ่งทั้ง 3 กลุ่มนี้ มีบัญชีอยู่แล้ว ซึ่งกระทรวงกำลังวิธีเพื่อเสนอรัฐบาล สำหรับกลุ่มใหม่ที่เพิ่มขึ้นมานี้ และ ครม. จะพิจารณาอย่างไรสำหรับกลุ่มใหม่นี้ อย่างไรก็ตาม คนกลุ่มนี้สามารถแจ้งความประสงค์กับ พม. จังหวัดได้

ในส่วนของผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะถูกตัดเงินในส่วนนี้ออกหรือไม่ นายอนุกูล ระบุว่า ใน 3 กลุ่มนี้ส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ผู้มีรายได้น้อยอยู่แล้ว และเชื่อว่าส่วนหนึ่งถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ขณะนี้รัฐบาลมีแนวทางอยู่ ซึ่งเป็นส่วนของกระทรวงการคลังรับผิดชอบ

ช่องทางการจ่ายเงิน เยียวยากลุ่มเปราะบาง

-กรมบัญชีกลาง โอนเงินช่วยเหลือเยียวยาโดยตรงไปยังบัญชีธนาคาร ของกลุ่มเป้าหมายที่เคยได้รับเงินอุดหนุนรายเดือนผ่านบัญชีธนาคารอยู่เดิม ไม่ว่าจะเป็นผู้ปกครองเด็ก, ผู้สูงอายุ หรือผู้พิการ

-กรมบัญชีกลาง โอนเงินไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะนำจ่ายเป็นเงินสด ให้แก่กลุ่มเป้าหมายที่รับเงินอุดหนุนรายเดือนเป็นเงินสดอยู่เดิม

ล่าสุด นายอนุกูล คาดว่า การจ่ายเยียวยากลุ่มเปราะบางนี้ จะทำการจ่ายเงินรวดเดียว 3,000 บาท ภายในวันที่ 20 กรกฎาคมนี้ ตอนนี้อยู่เงินอยู่ที่สำนักบริหารหนี้สาธารณะ ซึ่งจะได้จ่ายเข้าบัญชีของ พม. ซึ่ง พม. ทำความร่วมมือกับกระทรวงการคลัง โดยกรมบัญชีกลางก็จะได้ปลดล็อกการจ่ายเงินให้ประชาชนได้ทันที ซึ่งทาง พม. ก็จะพยายามจะจ่ายเงินเยียวยาให้ไวที่สุด

ทั้งนี้ เงินที่จ่ายผ่านท้องถิ่น อาจจะต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ในการลงพื้นที่ ซึ่งอาจจะทำให้ล่าช้าไปบ้าง แต่ท้องถิ่นก็ทำงานชัดเจนมาโดยตลอด

เบื้องต้น หากพบปัญหา หรือสงสัย สามารถโทรสอบถามได้ที่ สายด่วน พม. โทร. 1300

ขอบคุณข้อข่าวจาก : https://www.thairath.co.th/news/business/1879372, ThaiPBS, NBT